แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกิฟฟารีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกิฟฟารีน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

Giffarine Big Gifts Big Celebration


>>>ร่วมฉลองชัยยอดขาย 50,000 ล้าน<<<
"Giffarine Big Gifts... Big Celebration"

ซื้อสินค้าครบทุกๆ1,000พีวี/ใบเสร็จ รับคูปองลุ้นโชค 1 ใบ .. 
ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท 
ตั้งแต่ 29 ก.ย.-31 ธ.ค. 55 ที่ศูนย์กิฟฟารีนทุกสาขาทั่วประเทศ


วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

GIFFARINE CHAMPS of the CHAMPS


วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ เปิดโชว์รูมกิฟฟารีนแห่งใหม่ ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว

บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด นำโดย พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ (ที่ 3จากขวา) ประธานกรรมการ เปิดโชว์รูมกิฟฟารีนแห่งใหม่ ณ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายสินค้าให้แก่สมาชิกและผู้บริโภค โดยได้รับเกียรติจากท่านสมสะหวาด เล่งสะหวัด(ที่ 3 จากซ้าย) รองนายกรัฐมนตรีจาก สปป.ลาว ท่านบุญกอง สีหะวงศ์(ซ้ายสุด) รองรัฐมนตรีสาธารณสุข จากสปป.ลาวท่านวิทวัส  ศรีวิหค(ที่ 2 จากขวา) เอกอัคราชทูตไทยประจำสปป.ลาวน.พ.กระแส  ชนะวงศ์ (ที่ 2 จากซ้าย) นายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวรอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาผู้นำชุมชน และท่านนิวรณ์ เนียวสายคำ หัวหน้ากรมส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน จากสปป.ลาว (ขวาสุด) ร่วมแสดงความยินดีณ โรงแรม ลาวพลาซ่า เวียงจันทน์เมื่อเร็วๆ นี้

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน (Giffarine) ทำตลาดเน้นอาเซียนรุกหนักปักธงเพื่อนบ้าน ลาว-อินโดฯ เพิ่ม


 นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด 

เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาส แรกของปีนี้มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้า โดยเติบโตขึ้นประมาณ 7-10% ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายของบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เกิดจากแผน การดำเนินงานต่างๆ ที่มีความชัดเจน โดย เฉพาะการเตรียมป้องกันโรงงานรับมือสถานการณ์น้ำท่วมปี 55 หลังจากบริษัทเคยได้รับผลกระทบจากวิกฤติมหาอุทกภัย ซึ่งกระทบฐานการผลิตที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนครนานเกือบ 2 เดือน เมื่อปลายปี 2554

“การกู้โรงงานส่งผลให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้น เนื่องจากขวัญและกำลังใจของสมาชิกเริ่มกลับมา กำลังการผลิตก็เดิน เครื่องได้เช่นเดิม จึงทำให้บริษัทผลิตสินค้า ออกมาเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายในช่วงไตรมาสแรก ของปีนี้มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้า”

นอกจากสถานการณ์โรงงานที่เริ่มกลับมาผลิตได้อย่างเต็มกำลังแล้ว นายพงศ์พสุ ยังเปิดเผยต่อว่า ปัจจัยอีกด้านหนึ่งที่ทำให้เป้าหมายในไตรมาสแรกประสบความสำเร็จ คือ การที่บริษัทได้จัดงานฉลองครบรอบ 16 ปีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานดังกล่าวบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 2 รายการด้วยกัน คือ กิฟฟารีน อะบาโลน โกลด์ 3X และGluta-Curcuma CE โดยกิฟฟารีน อะบาโลน โกลด์ 3X เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากอะบาโลนเดิม แต่บริษัทได้เพิ่มความเข้มข้นของคอลลาเจนขึ้นถึง 3 เท่า และเพิ่มส่วนผสมใหม่ คือ มิกซ์เบอรรี่กับไซเบอร์จากผลไม้ ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจึงถือเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะสร้างยอดขายให้กับบริษัท

ส่วนสินค้าใหม่อีกรายการหนึ่ง คือ Gluta-Curcuma CE เป็นกลูต้าไธโอนชนิด พิเศษ เรียกว่า ชนิดออกซิไดซ์ ซึ่งมีคุณสมบัติ คือ มีความคงตัวสูง สลายตัวช้า และไม่ทำให้เกิดก๊าซ ช่วยในการบำรุงผิว ดังนั้นตนคิดว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรายการนี้ น่าจะเป็นสินค้าใหม่ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคของกิฟฟารีน นอกจากนี้ ใน ช่วงที่ผ่านมา บริษัทก็ยังมีกิจกรรมส่งเสริม การขาย เช่น การให้รางวัลสำหรับนักธุรกิจ ที่สร้างผลงาน หรือการจัดโปรชั่นส่งเสริม การขายต่างๆ จากปัจจัยดังกล่าว จึงเป็นส่วนสนับสนุนที่ทำให้ยอดธุรกิจในไตรมาส แรกดีขึ้น 

ในส่วนของแผนรุกตลาดในไตรมาส 2 นั้น นายพงศ์พสุ กล่าวว่า ไตรมาสต่อไป บริษัทจะเน้นการจัดมินิเอ็กซ์โป ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น จะมีการจัดกิจกรรม sale contest จัดอบรมสัมมนา เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพของนักธุรกิจ และการเตรียมแผน โฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม โดยเฉพาะ สื่อการโฆษณาทางทีวี เพราะตนมองว่าปัจจุบันกิฟฟารีนเข้าไปอยู่ในตลาดเดียวกับค้าปลีกมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ระหว่างสองตลาด ทั้งค้า ปลีกและขายตรง แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าบริษัทค้าปลีกต่างๆ มีความเชี่ยวชาญในสื่อการโฆษณาสูง จึงอาจเป็นโอกาสในการ ช่วงชิงลูกค้าได้มากกว่า ดังนั้นกิฟฟารีนคงจะเน้นสร้างการรับรู้สินค้า หรือแบรนด์ ของบริษัทโดยใช้กลยุทธ์ปากต่อปากอย่าง เดียวคงไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้แผนการสร้างสื่อทีวีของบริษัทก็กำลังใกล้สมบูรณ์แล้ว รูปแบบการขยายธุรกิจในอนาคตจึงน่าจะมีทางเลือกที่กว้างกว่า ทั้งนี้ในส่วนของ ไตรมาส 2 ของปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 1,500 ล้านบาท

ด้านการเปิดตลาด AEC นายพงศ์พสุ เปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้มีการเปิดตลาดในประเทศพม่า กัมพูชา และ มาเลเซีย แผนต่อไป คือการเปิดตลาดในประเทศลาว และอินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้การ เตรียมความพร้อมสำหรับตลาดประเทศลาวอยู่ในขั้นตอนที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนอินโดนีเซียเป็นช่วงที่อยู่ระหว่าง การวางแผน โดยรูปแบบการเปิดตลาดใน มาเลเซีย พม่า กัมพูชา จะเปิดสาขา โดย มีผู้ร่วมลงทุน แต่ประเทศลาวบริษัทได้เข้า ไปลงทุนเองทั้งหมด”

“การเปิดตลาด AEC ตนมองว่า เป็นสัญญาณบวกมากกว่าสัญญาณลบ เพราะตลาด AEC จะเป็นฐานธุรกิจสำคัญ ที่ทำให้กิฟฟารีนเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง แต่การที่เราจะสร้างโอกาสในการเปิดตลาดอาเซียนได้ เราต้องพยายามศึกษาความเสี่ยงต่างๆ ของการเข้าไปขยายเครือข่าย ในแต่ละประเทศให้มากขึ้น อย่างไรก็ดีตนมั่นใจว่าด้วยศักยภาพที่บริษัทมี และคุณภาพของผลิตภัณฑ์น่าจะทำให้ตลาดต่างประเทศ มีอัตราการเติบโตที่ดี”

16ปี GIFFARINE ''Emotional Marketing''


Emotional marketing

ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันแทนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ต้องยกแม่น้ำทั้งห้า บรรยายสรรพคุณผลิตภัณฑ์ จนเลิศเลอเพื่อจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ผลิตภัณฑ์นั้นๆ จุดเด่นของกลยุทธ์นี้คือ การเล่นกับอารมณ์ และความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย ให้เกิดการอยากลอง อยากใช้ โดยปิดกั้นความรู้สึกคุ้มค่าและความจำเป็น ออกไปจากความคิดของผู้บริโภคชั่วขณะ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจหากการตัดสินใจซื้อสินค้า ในขั้นสุดท้ายของหลายๆคน อาจจะแตกต่างจากความต้องการในตอนแรก เพราะนั่นคืออิทธิฤทธิ์ของ "Emotional Marketing'' นั่นเอง 

ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป ใช้อารมณ์และความรู้สึกตัดสินใจมากกว่าเหตุผล ต่างจากในอดีตการ "ซื้อ"จะยืนอยู่บนพื้นฐานของความคุ้มค่า ส่วนผสม ระยะเวลาการใช้ โดยเฉพาะวัยรุ่นและคนทำงานยิ่งมีความ Emotionalมากขึ้น จึงส่งผลให้กลยุทธ์นี้ทรงประสิทธิภาพและได้ผลตามเป้าหมายของผู้ประกอบการณ์ อย่างไรก็ตามเนื่องจาก ''Emotional Marketing'' เป็นการสร้างการรับรู้ผ่านความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดการซื้อ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์จะต้องมีความน่าสนใจ และมีจุดขายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของเพคเกจจิ้งรวมถึง Positioning ของผลิตภัณฑ์

"ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายอยากซื้อสินค้า" 

พญ.นลินี ไพบูลย์  ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เชื่อว่าการทำการตลาดแบบEmotional Marketing อย่างน้อยผลิตภัณฑ์ต้อง ปะทะสายตากลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดความรู้สึกอยากใช้ แต่การนำเสนอต้องชัดเจน ไม่โกหก ซึ่งเมื่อลูกค้าทดลองใช้แล้วได้ผล ก็จะเกิดการบอกต่อและอยากจะทำธุรกิจกับผลิตภัณฑ์ตัวนั้นๆ
   "ตอนแรกเขาอาจจะยังไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Emotional เราจึงต้องสร้างจุดขายเพื่อให้ลูกค้าอยากซื้อ แต่หลังจากลูกค้าได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว ประสิทธิภาพของมันก็จะเป็นตัวบอกได้เป็นอย่างดีว่า กลุ่มเป้าหมายจะซื้ออีกหรือไม่เล่าต่อให้คนอื่นฟังหรือไม่ "นักธุรกิจกิฟฟารีน"จะถูกปลูกฝังมาเป็นอย่างดี ในเรื่องจรรยาบรรณกับสินค้า เขาจะซื่อสัตย์กับตัวเอง ผลิตภัณฑ์ไหนดีก็จะมีการบอกต่อ และเขาก็จะเลือกขยายงานกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งก็จะทำให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้น หากผลิตภัณฑ์ใดไม่ประทับใจยอดขายก็จะนิ่ง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัววัดได้เป็นอย่างดี และเราก็จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวใดจะมียอดขายสูงบ้าง"
 
ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น ''Emotional Marketing' ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเสริมอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งกลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ ส่วนเมคอัพจะไม่มีการพัฒนาไปได้มากกว่านี้ จุดขายส่วนใหญ่จึงมีแค่ สีสวย ดูธรรมชาติ บางเบา ปิดได้ดีขึ้นเท่านั้น

         พญ.นลินีกล่าวว่า "เรามีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ที่ซับพอร์ต "Emotional Marketing" เพราะการทำตลาดในส่วนนี้ ต้องพิจารณาหลายอย่างเป็นองค์ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการของตลาด ความต้องการของผู้บริโภค แต่การที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์นั้นต้องสามารถผลักดันตัวมันเองได้ หรือสามารถขายตัวเองได้ ไม่ว่านักขายจะเก่งแค่ไหน จะผลักดันได้แค่ครั้งแรกเท่านั้น ส่วนครั้งต่อๆไป ผู้บริโภคจะตอบรับหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์"

"แบรนด์ GIFFARINE ใกล้ชิดผู้บริโภค"

มองในส่วนของการเข้าถึงผู้บริโภคของแบรนด์ "Giffarine" พญ.นลินี ยอมรับว่า กิฟฟารีน พยายามที่จะเข้าใจคนไทยให้มากที่สุดและแผนธุรกิจของบริษัทเองก็ชัดเจน มีการซื้อสินค้าใช้จริงทั้งผู้บริโภคและนักธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความชัดเจนในการสร้างแบรนด์ เพื่อเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคและนักธุรกิจ แบรนด์ของธุรกิจและแบรนด์ของตัวสินค้า จึงถูกสร้างควบคู่กันไป ซึ่งวันนี้ก็ต้องยอมรับว่า ด้วยกลยุทธ์ของเราแบบนี้ตั้งแต่ต้น

ทำให้ "กิฟฟารีน" มีผู้บริโภคมากกว่านักธุรกิจ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราพอใจ เพราะหากผู้บริโภคมากกว่านักธุรกิจจะทำให้นักธุรกิจมั่นใจว่า สิ่งที่เขาสร้างคือ "เครือข่ายผู้บริโภค" จะเป็นรายได้ที่ย้อนกลับมาหาเขาตลอดไป เสมือนหนึ่งเขาเป็น "เจ้าของกิจการ" หน้าที่ของบริษัทคือ การช่วยเหลือนักธุรกิจให้เติบโตมี ระบบสนับสนุน ทำให้ผู้บริโภคยังอยากจะซื้อสินค้า ซึ่ง จะส่งผลให้นักธุรกิจรู้สึกคุ้มค่าจากการที่ต้องดูแลผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

"Giffarine เป็นขายตรงที่ไกล้ค้าปลีกมากที่สุด หากเปรียบเทียบกับขายตรงหลายชั้นทั้งหมด และคนที่ทำธุรกิจกับเราเขาจะมองภาพของเขา เป็นได้ทั้ง นักธุรกิจเครือข่าย และ เจ้าของห้างสรรพสินค้า"

"ปักหลัก Middle class"

     ที่ผ่านมาหลายคนอาจสงสัยว่าจริงๆแล้ว ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของกิฟฟารีน โดยเฉพาะหากพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่หลายกลุ่ม 

"Brand positioning ของเราอยู่ในระดับชนชั้นกลางกว่า 90% ลูกค้าที่มีรายได้น้อยมากอาจจะไม่ใช้สินค้าของเรา ตลาดระดับกลางมั่นคงที่สุด เพราะครอบคลุมคนส่วนใหญ่ ตั้งแต่ B+ , B- จนถึง C- , C+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความคาบเกี่ยวกัน ทั้งนี้ในอดีตเราจะแบ่งกันตามรายได้ แต่ปัจจุบัน รสนิยม จะเป็นตัวกำหนด มากกว่ารายได้ เช่น ผู้ที่มีรายได้บีลบ เขาอาจจะมีรสนิยมเหมือนระดับเอ ถ้าเขาสามารถซื้อสินค้าที่คล้ายๆตลาดA แต่ในราคาBได้ เขาก็แฮปปี้"

เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่เข้ามาใช้ ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน จึงค่อนข้างกว้าง ในอดีตการทำตลาดอาจจะสอนให้จับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ปัจจุบันสามารถมีหลากหลายกลุ่มเป้าหมายได้ วันนี้ธุรกิจขายตรงมีการให้ความรู้และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชนได้ไกล้ชิดกว่าแต่ก่อน และภาพของขายตรงก็ได้รับการยอมรับมากกว่าในอดีต เพราะฉะนั้นการนำเสนอสินค้าโดยมีจุดขายชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่บอกกันได้

"เรายอมรับว่าผู้มีรายได้มากระดับ A+ เขาอาจไม่ได่ใช้ของไทยเลยก็ได้ แต่เขาก็อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์บางตัวของเราได้เหมือนกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่ม เขาดื่มน้ำทับทิม ดื่มอบาโลนคอลลาเจน แต่อาจจะใช้เครื่องสำอางในตลาดระดับบน เพราะฉะนั้นต้องมองด้วยว่าลูกค้าของเรามีเยอะ และนักธุรกิจของกิฟฟารีนก็จะยืนอยู่ที่ Middle classแต่ต้องยอมรับว่าผู้มีรายได้มากๆ อาจจะเข้ามาในธุรกิจเครือข่ายน้อย เพราะขาดแรงจูงใจ แต่ผู้ที่ต้องการสร้างครอบครัวสร้างหลักสร้างฐาน จะเข้ามาในธุรกิจมากขึ้น"

"ปิดยอดปี54 โตกว่า 11%"

  ในปี2554 ที่ผ่านมา Giffarine สามารถสร้างยอดขายตั้งแต่ เดือนมกราคม-ธันวาคม 2554 ได้เป็นจำนวน ห้าพันสี่ร้อยแปดสิบแปดล้านบาท หรือโตขึ้น 11.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน


พญ.นลินี บอกอีกว่า ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 16 ปี มีหลายองค์ประกอบที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งนักธุรกิจและผู้บริโภค รวมทั้งแผนธุรกิจที่ให้มากกว่า ทำให้สมาชิกรู้สึกว่าเขาได้สร้างความสำเร็จจริงๆ องค์ประกอบส่วนสุดท้าย คือระบบสนับสนุนที่บริษัทเองก็มีนโยบาย ให้นักธุรกิจทำงานด้วยความสะดวกสบาย ไม่ต้องลงทุนมาก รวมทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งของบริษัท ปัจจุบันกิฟฟารีนมีจำนวนสมาชิกกว่า 6.2 ล้านรหัส โดยมีจำนวนนักธุรกิจแอคทีฟอยู่ที่ 5.1 แสนรหัส  

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน - เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ Clinical Test กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาว



กิฟฟารีน - เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ Clinical Test กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาว จำนวน 70 ท่าน (เฉพาะสมาชิกกิฟฟารีนเท่านั้น)

คุณสมบัติของผู้สมัคร Clinical Test 

1. เป็นสมาชิกกิฟฟารีน
2. ไม่จำกัดเพศ
3. อายุระหว่าง 18 – 40 ปี
4. ไม่เป็นผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือระคายเคืองง่าย หรือมีสิวจำนวนมากอยู่
5. ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
6. สามารถงดการเดินทางไปเที่ยวทะเล หรือทำกิจกรรมที่โดนแดดจัด ๆ 3 สัปดาห์ก่อนเริ่มการทดลอง
    และตลอดช่วงเวลาทดลอง คือ ประมาณ 4 มิ.ย. – 23 ก.ค. 55
    (ผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ)
7. สามารถเดินทางมาที่กิฟฟารีนคลินิกได้ทุกอาทิตย์ในช่วงเวลาทดลอง (4 มิ.ย.-23ก.ค.55)
8. มีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก

ช่องทางการสมัคร
1. สมัครที่งานประชุมรร.อินทรา ในวันอังคารที่ 8, 15 และ 22 พฤษภาคม 2555
2. สมัครผ่านเวบไซต์กิฟฟารีน 
    - คลิกดาวโหลดใบสมัคร ได้ที่ http://www.giffarinethailand.com/th/download_info.php?did=69
    - ทำการดาวโหลดใบสมัคร
    - ปริ๊นท์ใบสมัคร
    - กรอกใบสมัคร
    - ส่งใบสมัครพร้อมลายเซ็น ได้ 2 ช่องทาง
       i. ทางไปรษณีย์ (ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2555)
               ที่อยู่  ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้
                       36/1 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 11 ถนนพระรามหก
                       แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
       ii. ทางอีเมลล์ ส่งไปที่    natthida@giffarine.com  (ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2555) 

**อาสาสมัครที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จะได้รับผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนมูลค่า 3,000 บาท (เฉพาะอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดสิ้นสุดระยะเวลาของโครงการ)**

***ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประมาณวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 ในเว็บไซต์กิฟฟารีน และโทร.แจ้งผลการคัดเลือกเฉพาะผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ***

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีนร่วมเสวนามุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงประชาคมอาเซียน 2015 (AEC)



พ.ญ.นลินี  ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ภาวะผู้นำของนักธุรกิจยุคใหม่กับการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน” (A Dynamic Business Leadership for Change towards AEC’ 2015) กิจกรรมสร้างสรรค์มิติใหม่ของสมาคมไทยเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.น.พ. กระแส ชนะวงศ์ นายกสมาคมไทยเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย รศ.ดร. สมภพ  มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  ให้เกียรติเป็นผู้นำเสนอแนวคิดเชิงวิเคราะห์จากการบรรยายขององค์ปาฐกถา และนำการเสวนาซักถามร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ณ ห้องประชุม ศ.น.พ. รุ่งธรรม ลัดพลี อาคาร D ชั้น 8 โรงพยาบาลกรุงเทพ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้

กิฟฟารีนได้รับการโหวตเป็นสุดยอดแบรนด์ 3 ปีซ้อน



กิฟฟารีน ผู้นำธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย ได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัล “Superbrands Award 2011”  ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นการมอบรางวัลที่ได้มาตรฐานสูงสุดในการวัดและประเมินความสำเร็จด้านการสร้างแบรนด์ของโลก โดยมี คุณพงศ์พสุ  อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด  บริษัท        กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เข้ารับโล่รางวัลจาก มร. ไมค์ อิงลิช  ผู้อำนวยการซุปเปอร์แบรนด์ประเทศอังกฤษ  ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อเร็วๆ นี้
 
แบรนด์ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้นจากการสำรวจและการวิจัยจากผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในวงการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ รวม 8,000  ท่าน ร่วมด้วยการโหวตจากคณะกรรมการอิสระของซุปเปอร์แบรนด์เป็นขั้นตอนสุดท้ายให้แต่ละแบรนด์จาก 600 แบรนด์ที่มีศักยภาพที่สุด 

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

กิฟฟารีนฉลองครบรอบ 16 ปี เข็นกลยุทธ์เด็ดมุ่งสอยยอด 6 พันล้าน



กิฟฟารีนจัดงานครบรอบ 16 ปี รวมพลคนคิดบวกภายใต้คอนเซ็ปต์ “Giffarine The Power of Positive Thinking” พลังบวก พลังแห่งความสำเร็จของกิฟฟารีน พร้อมลั่นเป้าสิ้นปีสอยยอด 6,000 ล้าน ตามด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเหนือชั้นกระตุ้นยอดขาย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชั้นสูงหลายรายการเติมเต็มความต้องการผู้บริโภค

…การทำธุรกิจให้ยิ่งใหญ่ต้อง “เดินเกมรบ” ให้ “รวดเร็วฉับไว” จึงจะเป็นการได้เปรียบคู่แข่งในทุกๆ เรื่อง เฉกเช่น ขายตรงสัญชาติไทยค่ายกิฟฟารีนซึ่งนับเป็นขายตรงอีกค่ายหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการอัดโฆษณาในช่วงปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่า “เผ็ดร้อน” ใน “สมรภูมิรบขายตรงไทย” เลยทีเดียว…และถ้ามองให้ “ลึกซึ้ง” แล้วจะเห็นว่า กิฟฟารีน กำลังฉายแวว “ฉีกหนีคู่แข่ง” แบบชนิดที่ว่า “ขาดกระจุย”

นับเป็นเวลา 16 ปี ที่ กิฟฟารีน ธุรกิจของคนไทยได้ก่อกำเนิดเกิดขึ้น พร้อมกับแนวคิดที่จะเชิญคนไทยมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายผู้บริโภคและประสบความสำเร็จร่วมกัน โดยการทำการตลาด MLM ที่มีระเบียบแบบแผนชัดเจน และการตลาดที่ดีเยี่ยม แผนการตลาดที่ยุติธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งอุบัติภัย อันนำมาซึ่งความมั่นคง และความสำเร็จมาสู่สมาชิกและครอบครัวด้วย

และในปีนี้ กิฟฟารีน เอง ก็ได้ฉลองครบรอบ 16 ปี ได้อย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว ซึ่งตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาของค่ายนี้นั้น ต้องบอกว่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้แม่ทัพดีอย่าง “พญ.นลินี ไพบูลย์” เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนธุรกิจนั่นเอง!…

โดยการจัดงานในครั้งนี้นั้น เป็นการรวมพลคนคิดบวกนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 20,000 คน จากทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า “Giffarine The Power of Positive Thinking” พลังบวก พลังแห่งความสำเร็จของกิฟฟารีนในการครองแชมป์ขายตรงหลายชั้น ด้วยการมียอดขายรวมที่ผ่านมากว่า 45,488 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า หากจะให้มองถึงธุรกิจ กิฟฟารีน พบว่า มีพัฒนาการที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นขายตรงแถวหน้าของวงการ MLM เมืองไทย และสามารถที่จะต่อกรกับค่ายยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกาได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว…

จากความสำเร็จตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาของธุรกิจเครือข่าย กิฟฟารีน นั้น ทางด้าน “พญ.นลินี ไพบูลย์” ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ยูนิตี้ จำกั ได้กล่าวว่า ในช่วง16 ปีของการทำธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีนนั้น เรียกได้ว่ามีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 510,000 รหัส รวมถึงการตอบรับที่ดีของสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 6,201,000 รหัส และเราสัญญาว่าจะยังคงยืนหยัดที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทยต่อไป

“ที่ผ่านมา กิฟฟารีนเองค่อนข้างมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย พร้อมๆ ไปกับการตอบแทนเป็นรายได้จำนวนมหาศาลกลับคืนสู่ครอบครัวไทยแล้วกว่า 20,700 ล้านบาท ปัจจุบันกิฟฟารีนมีศูนย์ธุรกิจทั้งหมด 112 ศูนย์ และให้บริการจัดส่งสินค้าถึงบ้านสมาชิกในรูปแบบเดลิเวอรี่ทั่วประเทศอีกด้วย และนี่คือความพร้อมที่กิฟฟารีนมีและจะมีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไป”

…นับได้ว่า วันนี้ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มแมสและระดับพรีเมี่ยมได้อย่างง่ายดายทีเดียว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ กิฟฟารีน เป็นเครือข่ายธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทย ซึ่งมีความเข้าใจอย่าง “ลึกซึ้ง” เกี่ยวกับผู้บริโภคของคนไทยว่าเขาต้องการอะไร ที่สำคัญ นาทีนี้ กิฟฟารีน กำลังชิงส่วนแบ่งจากแบรนด์ต่างชาติได้อย่าง “ขาดกระจุย” เห็นได้จากกระแสของธุรกิจกิฟฟารีนค่อนข้างที่จะดังเปรี้ยงปร้างอย่างมากตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของยอดขายและการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ โดยในปีนี้นั้น ทางด้าน “พญ.นลินี” ได้ประกาศเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 6,000 ล้านบาทอีกด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องให้ไปให้ถึง พร้อมกันนี้ในปีนี้ กิฟฟารีนยังเตรียมที่จะงัดกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเหนือชั้นกระตุ้นยอดขาย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชั้นสูงอีกหลายรายการสู้ศึกตลาดเครือข่ายในปีนี้อีกด้วย อาทิ กลุ่มความงามและสกินแคร์ ได้แก่ กิฟฟารีน อะบาโลน โกล์ด 3X, กิฟฟารีน อะบาโลน ซีรั่ม สำหรับผิวหน้า และสำหรับรอบดวงตา และ Gluta-Curcuma CE และในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ เซราไมล์ Beta-Glu kids และ LZ Vit Plus A

… “พญ.นลินี” กล่าวย้ำอีกว่า “กิฟฟารีนในปีนี้ ได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อการสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย 6,000 ล้าน และการดูแลนักธุรกิจกิฟฟารีนในเชิงกลยุทธ์อย่างเข้มข้น พร้อมกับจะเป็นการทำงานที่ค่อนข้างรัดกุม และมีกลยุทธ์ทั้งในระบบของการขยายเครือข่าย แผนการมอบผลประโยชน์ และการเตรียมความพร้อมรอบด้านให้กับนักธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีนทุกท่าน ซึ่งจะมีความเข้มข้นแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคอย่างแน่นอน”…

…จะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ กิฟฟารีน ดำเนินกิจการมา หลายๆ ท่าน ในที่นี้ คงเห็นกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ วิวัฒนาการของธุรกิจกิฟฟารีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก ยอดขาย หรือแม้กระทั่งรางวัลต่างๆ ที่ กิฟฟารีน ได้สั่งสมประสบการณ์ต่างๆ มาเป็นเวลานับแรมปี และยังได้สร้างนักธุรกิจให้เป็นเศรษฐีเงินล้าน หรือสร้างคนให้มีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีรายได้มั่นคงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าทำไม กิฟฟารีน ถึงสามารถยืนหยัดอยู่ถึงวันนี้ได้นั่นเอง…

ข่าวกิฟฟารีน

กิฟฟารีน มีรายได้เสริมในระยะสั้น มีความมั่นคงในระยะยาว

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

The Powers of New Scent From Paris to Giffarine



กิฟฟารีน ฉลอง16 ปี เป้า 6 พันล้าน ตอกย้ำแชมป์ MLM แบรนด์ไทย



กิฟฟารีนจัดงานครบรอบ 16 ปีอย่างยิ่งใหญ่ รวมพลคนคิดบวกในงาน “Giffarine The Power of Positive Thinking”

พลังบวก พลังแห่งความสำเร็จของกิฟฟารีน ในการครองแชมป์ขายตรงหลายชั้น “แบรนด์ไทย” ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดขายรวมที่ผ่านมากว่า 45,488 ล้านบาท รวมพลังนักธุรกิจกิฟฟารีน กว่า 20,000 คน จากทั่วประเทศร่วมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ประกาศเป้าหมาย ยอดขาย 6,000 ล้านในปีนี้

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างพลังแห่งการคิดบวกที่สามารถ นำทางสู่ความสำเร็จได้ใน ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะต้องประสบกับเหตุการณ์ใด หากมีสติ และคิดบวก นักธุรกิจกิฟฟารีนทุกท่านก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งในปีนี้กิฟฟารีนได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อการสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย 6,000 ล้าน และ การดูแลนักธุรกิจกิฟฟารีนในเชิงกลยุทธอย่างเข้มข้น ซึ่งในปีนี้การทำงานจะเป็นไปอย่างรัดกุม และมีกลยุทธ์ทั้งในระบบของการขยายเครือข่าย แผนการมอบผลประโยชน์ และการเตรียมความพร้อมรอบด้านให้กับนักธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีนทุกท่าน ซึ่งจะมีความเข้มข้นแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นหลายรายการ ซึ่งมีทั้งในกลุ่มความงามและสกินแคร์ได้แก่ กิฟฟารีน อะบาโลน โกล์ด 3X กิฟฟารีน อะบาโลน ซีรั่ม สำหรับผิวหน้า และ สำหรับรอบดวงตา และ Gluta-Curcuma CE และในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ เซราไมล์ Beta-Glu kids และ LZ Vit Plus A (รายละเอียดดูข้อมูลผลิตภัณฑ์)

นอกจากนี้ ภายในงาน ได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับรางวัลแห่งความสำเร็จของผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนแกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด คุณจิตติมา-คุณดำรัส แก้วเหมือน และคุณกลทีป์ กุลภา และพิธีประดับเข็มเกียรติยศผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง จากนั้นเข้าสู่เวทีสุดอลังการของการเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศ ผู้ชนะการแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards และ Fantastic Hong Kong Awards ร่วมด้วยการเปิดตัวผู้ได้รับรางวัล Excellence Award และ Evolution Awards ปิดท้ายด้วยการแสดงพลังเฉลิมฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 16 อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดของกิฟฟารีน

กิฟฟารีนฉลองครบรอบ 16 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีน กว่า 510,000 รหัส และการตอบรับเป็นอย่างดีของสมาชิกผู้บริโภค รวมกว่า 6,201,000 รหัส กิฟฟารีนยังยืนหยัดที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพมากกว่า 2,000 รายการ สู่ผู้บริโภคนับล้าน และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย พร้อมๆ ไปกับการตอบแทนเป็นรายได้จำนวนมหาศาลกลับคืนสู่ครอบครัวไทยแล้วกว่า 20,700 ล้านบาท ปัจจุบันกิฟฟารีนมีศูนย์ธุรกิจทั้งหมด 112 ศูนย์ และให้บริการจัดส่งสินค้าถึงประตูบ้านสมาชิกในรูปแบบเดลิเวอรี่ทั่วประเทศ

ข่าวกิฟฟารีน

กิฟฟารีน มีรายได้เสริมในระยะสั้น มีความมั่นคงในระยะยาว

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปลุกพลังคิดบวกในงานสัมมนา “Giffarine The Power of Positive Thinking”



 พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ เชิญนักธุรกิจระดับสูงเข้าร่วมงานสัมมนาปลุกพลังคิดบวก ในงาน  “The Power of Positive Thinking Seminar” ซึ่งมีจุดประสงค์หลักในการปลุกพลังคิดบวกในการทำธุรกิจ  เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง  โดยมีแนวคิกหลักที่ว่า “พลังคิดบวก พลังแห่งความสำเร็จ”  พร้อมรณรงค์สร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจกิฟฟารีนทุกท่านร่วมกันคิดบวก และสร้างสรรค์บรรยากาศในการขยายงานให้เข้มข้น และคึกคัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 16 ปี ของกิฟฟารีน ใน 5 ภูมิภาค โดยจัดขึ้นเมื่อ

วันที่ 28 มกราคม 2555 ณ กรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ
วันที่ 22 มกราคม 2555 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง จ.ลำปาง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น
11-12 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ พัทยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
19 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ทรัพย์ไพรวัลย์  รีสอร์ท จังหวัดพิษณุโลก

ภายในงานได้จัดให้มีการสัมมนาในหัวข้อ “พลังคิดบวก  พลังแห่งความสำเร็จ” โดย พ.ญ. นลินี  ไพบูลย์  ประธานกรรมการ และ “Dream Management ภารกิจพิชิตฝัน”  บรรยายโดย คุณพงศ์พสุ  อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด  ร่วมด้วยนักธุรกิจกูรูแห่งความสำเร็จ ได้แก่  คุณวีระยุทธ  ละออเอี่ยม - ผู้บริหาระดับ ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์   คุณวิชิต  บุญเพ็ง - ผู้บริหารระดับ ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ และ คุณชนะพล  ชูถนอม- ผู้บริหารระดับ แกรนด์ พาราไดซ์  ในหัวข้อ  “สร้างความสำเร็จให้ชีวิต ด้วยพลังจากความคิดบวก”  

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งในส่วนของการสัมมนาที่เติมเต็มพลังทางความคิด  และกิจกรรมแสดงพลังของนักธุรกิจกิฟฟารีน  ที่มารวมพลกันเพื่อสร้างพลังคิดบวก เตรียมพร้อมมุ่งสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จกับยอดขาย 6,000 ล้าน ในปีนี้  สู้... สู้... ด้วยพลังคิดบวก

ข่าวกิฟฟารีน

กิฟฟารีน ชีวิตอิสระ และโอกาสที่ทุกคนเลือกได้

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

แจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาเปิดให้บริการศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล



แจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาเปิดให้บริการศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
จากเดิม 9.00-19.00 น. เปลี่ยนแปลงเป็น 9.00-20.00 น. 

ได้แก่

  • ศูนย์กิฟฟารีน เดลิเวอรี่
  • ศูนย์กิฟฟารีน พหลโยธิน 
  • ศูนย์กิฟฟารีน ดอนเมือง
  • ศูนย์กิฟฟารีน ท่าพระ 
  • ศูนย์กิฟฟารีน รามคำแหง 
  • ศูนย์กิฟฟารีน สุขุมวิท 
  • ศูนย์กิฟฟารีน พระราม4 
  • ศูนย์กิฟฟารีน คลองตัน 
  • ศูนย์กิฟฟารีน สยามสแควร์ 
  • ศูนย์กิฟฟารีน มีนบุรี 
  • ศูนย์กิฟฟารีน ปิ่นเกล้า 
  • ศูนย์กิฟฟารีน โชคชัยสี่ 
  • ศูนย์กิฟฟารีน บางแค 
  • ศูนย์กิฟฟารีน ศรีนครินทร์ 
  • ศูนย์กิฟฟารีน พระราม2 
  • ศูนย์กิฟฟารีน รามคำแหง2 
  • ศูนย์กิฟฟารีน นนทบุรี 
  • ศูนย์กิฟฟารีน สำโรง 
  • ศูนย์กิฟฟารีน อ้อมใหญ่ 
  • ศูนย์กิฟฟารีน ปทุมธานี 
  • ศูนย์กิฟฟารีน พระประแดง 
  • ศูนย์กิฟฟารีน บางพลี  
  • ศูนย์กิฟฟารีน นวนคร

ข่าวกิฟฟารีน

กิฟฟารีน ชีวิตอิสระ และโอกาสที่ทุกคนเลือกได้

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีนจัดงานครบรอบ 16 ปีอย่างยิ่งใหญ่ รวมพลคนคิดบวก

 กิฟฟารีน ผู้นำธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย จัดงานครบรอบ 16 ปีอย่างยิ่งใหญ่ รวมพลคนคิดบวกในงาน “Giffarine The Power of Positive Thinking” พลังบวก  พลังแห่งความสำเร็จ  รวมพลังนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 20,000 คน จากทั่วประเทศร่วมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด  ประกาศเป้าหมายยอดขาย 6,000 ล้าน ในปีนี้  พร้อมมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ผู้มาร่วมงาน ด้วยคอนเสิร์ต “อาสาสนุก” โดยศิลปินซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็ว ๆ นี้



วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตั้ง “พงศ์พสุ” ขึ้นแท่น ผอ.ใหญ่ฯ “กิฟฟารีน” วาดเป้าสิ้นปี 6,000 ล้าน


กิฟฟารีน ปลื้มยอดขายปีเถาะทะลุกว่า 5,000 ล้านบาท โต 11.7% แม้เจอวิกฤติน้ำท่วมกรุงหนัก ลั่นปีนี้พร้อมรุกตลาดเต็มสูบ เดินหน้าดันแผนนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และอัดกิจกรรมครบเครื่องสร้างความแตกต่าง ล่าสุด ตั้งพงศ์พสุ เป็น ผู้อำนวยการใหญ่สายการตลาด หวังสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ดันยอดสิ้นปี 6,000 ล้านบาท

น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า แผนการรุกตลาดในปี 2555 บริษัทจะเน้นนวัตกรรมสินค้า ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ และความงาม พร้อมทั้งทุ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความแตกต่าง และสร้างความคึกคักในวงการธุรกิจขายตรง รวมถึงแผนการจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นยอดขายตลอดทั้งปี

นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการให้ความรู้กับผู้นำและสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนฝึกอบรม และการจัดกิจกรรมสัมมนา รวมถึงแผนการจัดเอ็กซ์โปทั่วประเทศโดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายตลอดทั้งปี 6,000 ล้านบาท หรือตั้งเป้าเติบโต 10%

ล่าสุดบริษัทได้แต่งตั้ง พงศ์พสุ อณาพรหม ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ สายการตลาด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยการแต่งตั้งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมาอย่างไรก็ดี พงศ์พสุ จะทำหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานด้านการตลาดทั้งระบบรวมถึงการบริหารและวางหลักสูตรการฝึกอบรมนักธุรกิจเครือข่ายเชิงกลยุทธ์ พร้อมวางแผนพิชิตยอดขาย สร้างความโดดเด่นทางการตลาด

“การปรับผังองค์กรในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารงานด้านการตลาดเชิงรุก และการขยายอัตราเติบโตทางธุรกิจในอนาคต รองรับกลยุทธ์ทาสงการตลาดที่มุ่งเน้นความโดดเด่นและแตกต่างในทุกๆด้าน ที่สำคัญยังถือเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งในสายงานการตลาดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนสร้างจุดแข็ง ด้วยนวัตกรรมสินค้าใหม่ ตามคอนเซ็ปต์ของการสรรหาวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมอบให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาเครือข่ายนักธุรกิจตามแผน Uni-Level ด้วยการสร้างความน่าสนใจ ในส่วนของการจ่ายผลตอบแทน และสิทธิประโยชน์ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน ซึ่งในปี 2554 ที่ผ่านมานั้น บริษัทมีจำนวนนักธุรกิจ 510,000 รหัส จากจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 6,201,000 รหัส

ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมฉลองครบรอบ 16 ปี ภายใต้ธีม “Positive Thinking” ที่มีแนวคิดการรณรงค์ให้เข้ากับปัญหาน้ำท่วมโรงงาน
แต่บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. ศูนย์บริการ ได้เตรียมอพยพย้ายของก่อนล่วยหน้าพร้อมทำผนังกั้นน้ำในศูนย์ที่เสี่ยงภัย เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์น้ำท่วมมาแล้วในปีก่อนๆ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
2. ให้ความช่วยเหลือสมาชิกที่ทำงานมากขึ้น บริษัทได้ช่วยเหลือด้วยการยืดระยะเวลาในการจำหน่ายให้กับสมาชิกที่ประสบปัญหาน้ำท่วม
3. กรณีสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม บริษัทจะให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยให้สมาชิกทำงานต่อไปได้ ดังนั้น จากแผนการตลาดดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
"กิฟฟารีนยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าคุณภาพที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค ตลอดจนกระบวนการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานจากทั่วทุกมุมโลกวันนี้กิฟฟารีนจึงเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล และเติบโตเคียงคู่สังคมไทย เป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทมีศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั้งสิ้น 112 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้บริการ “เดลิเวอรี่” เพื่อบริการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” พ.ต.พญ.นลินี กล่าว
สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทปิดยอดขายได้ 5,488 ล้านบาท เติบโต 11.7% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วงปลายปี 2554 จะประสบกับปัญหาน้ำท่วม แต่บริษัทได้เตรียมแผนรองรับไว้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ยอดขายในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2554 มีอัตราการเติบโต 15%

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน คว้า 5,488 ล้าน จัดงานครบรอบ 16 ปี มีนานี้


กิฟฟารีนจัดงานครบรอบ 16 ปี เดือนมีนาคมนี้ ภายใต้ธีม “Positive Thinking” พร้อมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอด จัดเต็มอบรมเข้มนักธุรกิจ พร้อมส่งตรงสื่อธุรกิจเจาะลึกทั่วทุกภูมิภาค คาดสิ้นปีคว้าชัย 6,000 ล้านบาท

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้ เป็นปีที่กิฟฟารีนได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ทำให้เราเก่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น และมีความรัก สามัคคีกันในกลุ่มนักธุรกิจมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและน่าชื่นชม ที่สำคัญในปี 2554 ที่ผ่านมากิฟฟารีนสามารถสร้างยอดจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2554 ได้เป็นจำนวน 5,488,000,000 บาท โดยเติบโตที่ 11.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า โดยต้องถือว่าในปีนี้เราเตรียมตัวได้ดีในการสร้างยอดจำหน่ายตั้งแต่ต้นปี จนถึงก่อนช่วงน้ำท่วม เติบโตถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 10 เดือนแรก และมีการเติบโตในแต่ละภูมิภาคได้อย่างน่าสนใจ แม้ในช่วงของมหาอุทกภัยที่เข้าสู่ฐานการผลิตที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครก็ตาม พญ.นลินี กล่าว”

ในส่วนของแผนรุกตลาดในปี 2555 นั้น พญ.นลินี กล่าวว่า ได้วางแผนในการรุกตลาดด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม สร้างกระแสในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นการสร้างความแตกต่าง และสร้างความคึกคักในวงการธุรกิจขายตรง พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นยอดตลอดทั้งปี ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ยังมีการวางแผนฝึกอบรม พร้อมๆ ไปกับการจัดกิจกรรมสัมมนา และเอ็กซ์โปร ทั่วประเทศ และกิฟฟารีนยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ธุรกิจ และตั้งเป้าหมายของยอดจำหน่ายในปี 2555 ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นและ ทุ่มเทเพื่ออัตราการเติบโตให้ได้มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆปี

ในปีนี้กิฟฟารีนยังมีแผนในการสร้างจุดแข็งในเรื่องของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ตามคอนเซ็ปต์ของการสรรหาวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมอบให้กับผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาเครือข่ายนักธุรกิจตามแผน Uni-Level นั้น ในปีนี้ยังมีความน่าสนใจ คึกคัก และชวนติดตาม ทั้งในส่วนของผลประโยชน์ และสิทธิประโยชน์ มากมายให้กับนักธุรกิจกิฟฟฟารีน ซึ่งในปี 2554 ที่ผ่านมานั้น กิฟฟารีน มีจำนวนนักธุรกิจรวม 510,000 รหัส ในจำนวนสมาชิกทั้งหมด 6,201,000 รหัส มีศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั้งหมด 112 แห่งทั่วประเทศ

ในปีนี้กิฟฟารีนเตรียมฉลองครบรอบ 16 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Positive Thinking” ที่มีแนวคิดในการรณรงค์ให้นักธุรกิจกิฟฟารีนร่วมกันคิดบวก และผนึกกำลังสร้างสรรค์เครือข่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติใดๆ เพราะในปีที่ผ่านมาถึงน้ำจะเข้าท่วมโรงงานของกิฟฟารีน แต่ไม่สามารถท่วมใจของนักธุรกิจกิฟฟารีนได้ พร้อมเดินหน้าพิชิตยอดขาย 6,000 ล้านบาทให้ได้ในปีนี้